วันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562

[Doflamingo x Lucy] Who You Are : บทที่ 4 [80%]






                โดฟลามิงโก้เดินกลับมาที่เตียงอีกครั้ง เขาปีนขึ้นเตียงและคร่อมทับร่างของลูซี่ไว้ มือหนาปัดป่ายทั่วเรือนร่างบอบบางและหยุดลงบริเวณเนินอกอิ่ม เขาจ้องเขม็งที่ยอมปทุมถันสองข้าง ลังเลใจพักใหญ่ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปชมชิม ทันทีที่เรียวลิ้นร้อนตวัดเลีย แว่วเสียงหวานก็หลุดส่งเสียงครางอย่างเผลอตัว โดฟลามิงโก้ลอบยิ้มพอใจ เขานวดคลึงอกอิ่มอีกข้างระหว่างใช้ลิ้นปรนเปรอให้อีกฝ่าย ทว่าหนนี้ลูซี่ไม่ยอมหลุดเสียงร้องให้ได้ยิน เธอกัดริมฝีปากไว้แน่นจนกลีบปากอิ่มขาวซีด


                การกระทำนั้นช่างขัดใจโดฟลามิงโก้เสียจริง

                ห้วงความรู้สึกหนึ่งทำให้เขาอยากเอาชนะ โดฟลามิงโก้จึงปล่อยมือออกจากยอดอกอิ่มแล้วลากผ่านแผ่นหน้าท้องเนียนเรียบลงไปยังจุดบอบบาง เขาขยับนิ้วบดคลึงจนเสียงครางต่ำๆ ดังลอดมาจากริมฝีปากบาง ลูซี่หน้าแดงก่ำลางบิดกายเร่าๆ ด้วยความทรมาน ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาจนแทบจะรินไหลออกมาได้ตลอดเวลา เธอขยับขาเพื่อหลบเลี่ยงสัมผัสจาบจ้วงนั้น แต่กลับถูกมืออีกฝ่ายดันแยกออกจากกัน

                “เรียกชื่อฉันสิ” ถ้อยคำสั้นๆ หลุดออกจากริมฝีปากหยัก “แล้วฉันจะยอมทำตามที่เธอขอทุกอย่าง”

                “...” ปากบางยังคงเม้มแน่นไม่ยอมคลาย

                “อย่าดื้อน่า เธอก็รู้ว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับอะไร” ระหว่างพูดคุยและต่อรองอยู่นั้น เรียวนิ้วแกร่งก็กดแทรกผ่านช่องทางคับแคบเข้าไปสำรวจภายใน เขาคว้านมือไปทั่วอย่างสะเปะสะปะกระทั่งเสียงหวานหลุดร้องออกมาดังลั่น

                “อะ! อื้ม” ภายในกายตอดรัดรัวๆ จนนิ้วของเขาสัมผัสได้ถึงความรุนแรงของแรงตอดรัดนั้น เพียงไม่นานเมือกเหนียวหนืดก็หลั่งออกมาชโลมบริเวณปลายนิ้วจนมุมปากหยักเผลอยกขึ้นอย่างลืมตัว

                “ลูซี่” เสียงแหบพร่ากระซิบชิดใบหู “เธอต้องการฉันใช่ไหม”

                “...อึก” หญิงสาวได้แต่กลืนน้ำลายลงคืออึกใหญ่ ลมหายใจเธอขาดห้วงจนคล้ายจะสิ้นสติได้ตลอดเวลา นิ้วเรียวของอีกฝ่ายแทบไม่ปรานีเธอเลย แรงกระทุ้งภายในกายทำให้สมองขาวโพลน

                “ตอบฉันหน่อยสิ” ยิ่งพูดออกมามากเท่าไร ประโยคเหล่านั้นก็ยิ่งฟังดูคล้ายจะเป็นคำขอร้องมากกว่าประโยคคำสั่ง

                “อือ...” ลูซี่พ่ายแพ้ให้กับแรงอารมณ์ของตัวเอง เธอยกมือที่ยังคงถูกรัดติดกันแน่นขึ้นคล้องคออีกฝ่าย พลันปากบางก็บิดคว่ำลงอย่างเอาแต่ใจ

                “เรียกชื่อฉันสิ” คำอ้อนวอนขอยังคงหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของอีกฝ่ายอยู่เนืองๆ

                “ให้เรียกในฐานะอะไร” เสียงกระเง้ากระงอดถามกลับ “ไม่ใช่ว่านายรังเกียจฉันหรอกหรือ” โดฟลามิงโก้เคลื่อนดวงตามองอีกฝ่าย เขาจ้องลึกเข้าไปในนั้นด้วยแววแน่วแน่ ก่อนจะเปล่งเสียงพูดออกมา


                “ฉันโกรธเธอแต่ไม่เคยรังเกียจ” ขณะตอบมือหนาก็ยังคงขยับปรนเปรอให้เธอไม่ขาด “ส่วนเรื่องฐานะ...ไม่ว่าจะเป็นเมื่อไหร่เธอก็ยังคงเป็นคู่หมั้นของฉัน”

                “ตอนอยากได้ก็พูดดีสิ เดี๋ยวพอพรุ่งนี้เช้านายก็ด่าทอฉันสารพัด” ใบหน้าหวานมุ่ยลงจนอีกฝ่ายเกิดความมันเขี้ยว เขายื่นหน้าไปขบกลีบปากบางที่แสนจะเอาแต่ใจนั่นด้วยความเอ็นดู


                โดฟลามิงโก้ที่เคยได้รับสมญานามว่าเสือร้าย...แท้จริงแล้วก็ไม่ต่างจากลูกแมวดีๆ นี่เอง เวลาอยู่ต่อหน้าหญิงสาวคนนี้

                “จะทำแบบนั้นทำไม” เขาเอ่ยถาม ปลายนิ้วเรียวที่สอดเข้าเพื่อเตรียมความพร้อมให้อีกฝ่ายถูกชักออกมา ก่อนที่แก่นกายอันร้อนผ่าวจะเข้าแทนที่ เขาอาศัยจังหวะพูดคุยกันเพื่อกดแทรกตัวตนของตัวเองเข้าไป

                “อื้อ!” ลูซี่ส่งเสียงประท้วงแต่เรียวขาเล็กกลับอ้าออกกว้างราวกับกำลังเชื้อเชิญให้เขาแทรกกายเข้าไปข้างใน

                “อ่า...” โดฟลามิงโก้ครางเสียงทุ้มต่ำ ทันทีที่ร่างกายกดแทรกไปจนสุดแล้วเขาก็เงยหน้าเพื่อพูดคุยกับเธอ “ถ้าเธอยอมฟังฉันสักนิดจะถูกต่อว่าไหม”

                “ก็นายชอบสั่ง ชอบบังคับแล้วก็เอาแต่คิดว่าฉันจะนอกใจ”

                “แล้วทำไมคืนนั้นถึงไปอยู่บ้านชาร์ล็อตได้”        

                “ก็หมอนั่นบอกว่ามีไวน์พันปีให้ชิม ฉันก็แค่ตามไปชิมแค่นั้น” คำโพล่งบอกของอีกฝ่ายทำให้ร่างกายที่พร้อมขยับพลันต้องชะงักนิ่ง โดฟลามิงโก้หรี่ดวงตาลงเพื่อจับผิดคู่หมั้นตัวแสบ

                “ไวน์พันปี?”

                “ก็ใช่น่ะสิ! เป็นนายเองไม่ใช่เหรอที่บอกว่าอยากได้มัน ฉันก็แค่ได้ยินว่าตระกูลนั้นขึ้นชื่อเรื่องผลิตไวน์ เลยแวะไปถามเขาก็เท่านั้น”

                “ความจริง?” โดฟลามิงโก้ยังไม่เชื่อในคำพูดนั่นซะทีเดียว เพราะเขารู้กิตติศัพท์และความร้ายกาจของคู่หมั้นตัวเองดี

                “ต้องจริงอยู่แล้ว” ร่างกายที่ผสานกันยังหยุดนิ่งไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น โดฟลามิงโก้เองก็เหมือนจะหลุดหายไปในห้วงความคิดของตนเองจนลืมซะสนิทว่ากำลังทำอะไรอยู่ “ฉันเดินเข้าไปในบ้านนั้นไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ พวกคนร้ายก็บุกเข้ามาและยิงปัง! เข้ากลางอกเลย”

                “เธอทำเพื่อฉันเหรอ”

                “แล้วจะให้ทำเพื่อใคร! คู่หมั้นก็มีแค่นายคนเดียวหรือเปล่าวะ!” พูดดีด้วยได้แค่ไม่นาน อีกฝ่ายก็กลับมาพูดจากวนประสาทเขาอีกแล้ว

                “กล้าสาบานไหม หืม?” โดฟลามิงโก้ถามด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม ขณะเดียวกันสะโพกสอบก็เริ่มขยับเคลื่อนเข้าออกเชื่องช้าจนเสียงครางหลุดลอดจากปากบาง

                “ส-สาบาน!...”

                “แล้วถ้าผิดคำสาบานจะต้องเจอบทลงโทษอะไร”


                “อ-อะไรก็ได้ อะ! ต-ตามใจนาย!

                “งั้นฉันจะทำให้เธอไม่ต้องลุกไปก่อความวุ่นวายที่ไหนอีกสักสามสี่วันดีไหม” มือหนาเคลื่อนลงมาเพื่อประคองเอวบาง เขาจับยึดไว้แน่นเพื่อไม่ให้แรงกระแทกกระทั้นรุนแรงจนศีรษะเธอโขกกับหัวเตียงซะก่อน

                “อ-อะ! อื้อ!” ลูซี่ขบกลีบปากแน่น เธอแทบหยุดหายใจทุกครั้งที่แก่นกายร้อนผ่าวกระแทกเข้ามาจนสุด ความเจ็บปวดที่แฝงมากับความเสียวซ่านทำให้ร่างกายเธอบิดเร่า และช่างน่าแปลกประหลาดนักที่เธอไม่ต้องการความอ่อนโยนจากอีกฝ่ายเลย

                ฟันซี่คมขบกัดลงบนผิวขาวเนียนเพื่อประทับตราแสดงความเป็นเจ้าของ แม้จะรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างแต่เสียงหวานกลับครางกระเส่าออกมาไม่หยุด เธอปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคู่หมั้นของเธอนั้นช่ำชองในเรื่องนี้เพียงใด

                “อื้อ มิงโก้”

                “หืม?” เสียงทุ้มครางรับในลำคอ ทว่าใบหน้าคมคายกลับไม่ยอมผละห่างจากลำคอระหงสักวินาทีเดียว

                “กอดฉันแรงกว่านี้สิ” คำขอสุดเถรตรงพานให้อีกฝ่ายหลุดหัวเราะขำ

                “ยัยตัวดื้อ พรุ่งนี้อย่าบ่นเชียวนะ” เขาขู่ขณะตอบสนองต่อคำขอนั้นอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง

                แรงกระแทกกระทั้นที่เพิ่มขึ้นอย่างหนักหน่วงในทุกจังหวะพานทำให้เธอตื่นเต้นและรู้สึกดี ลูซี่หนีบขาตัวเองกับสะโพกสอบเพื่อให้เขากดแทรกร่างกายเข้ามาลึกกว่าเดิม ขณะเดียวกันปากเล็กๆ น่ากัดนั่นก็เอ่ยอย่างกระท่อนกระแท่นว่า

                “แรงๆ...กอดแรงกว่านี้”

                “จัดไป” โดฟลามิงโก้ขานรับและกระแทกรุนแรงขึ้นจนเสียงเนื้อสอดประสานดังกึกก้องทั่วทั้งห้อง เสียงร้องครางอย่างสุขสมของลูซี่สลับกับขานเรียกชื่อเขาดังอยู่แทบตลอดทั้งคืน ไม่ว่าเขาจะเคี่ยวกรำเธอหนักเพียงใด แต่หญิงสาวกลับไม่มีทีท่าจะปฏิเสธ กลับกันที่เธอนั้นยิ่งตอบสนองจนกลายเป็นเขาซะเองที่ทนไม่ไหวและปลดปล่อยออกไปก่อน

                “อื้อ มิงโก้...เอาอีก” คำขออย่างออดอ้อนดังขึ้นทันทีหลังจากศึกยกแรงจบลง โดฟลามิงโก้เลิกคิ้วแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ถอนกายออก เขาขยับเคลื่อนไหวเชื่องช้าก่อนเอื้อมมือไปช่วยปลดเนคไทออกจากข้อมือบาง เขาจ้องรอยแดงเถือกบริเวณข้อมือนั้นด้วยความรู้สึกผิด

                “เจ็บหรือเปล่า”

                “ไม่”

                “เธอชื่นชอบความเจ็บปวดตั้งแต่เมื่อไร หืม?” เขาถามพลางขบกัดผิวอ่อนนุ่มเพราะความมันเขี้ยว “เมื่อก่อนไม่เคยร้องขอให้ทำรุนแรงเลยนี่”

                “ก็มันเร้าใจดี” ใบหน้าชื้นเหงื่อเอ่ยตอบ “นายดูโรคจิตเวลาทำเรื่องอย่างว่า”

                คำบอกกล่าวพานทำให้คิ้วเรียวพลันขมวดยุ่ง โดฟลามิงโก้นิ่งคิดเงียบๆ ก่อนจะหลุดถามเสียงเข้ม “นี่ใช่คำชมใช่ไหม”

                “หึ! คิดว่าฉันจะชื่นชมนายหรือไง ตาแก่โรคจิต” ลูซี่แยกเขี้ยวก่อนเป็นฝ่ายยกสะโพกสวนเข้าออกด้วยตนเองจนชายหนุ่มต้องขบกรามแน่น เขาเก็บกักความมันเขี้ยวเอาไว้เพื่อรอให้มันระเบิดอีกครั้ง                และแน่นอนว่ามันจะเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ตราบจนพระอาทิตย์เคลื่อนขึ้นมาทำหน้าที่ของมัน

                “เธอมันยัยตัวร้าย” หลังคำปรามาสนั้น เสียงหวานก็ร้องครวญครางไม่ได้หยุดพักตลอดทั้งคืน โดฟลามิงโก้ช่างร้ายกาจนัก เขาเคี่ยวกรำเธอตลอดทั้งคืนราวกับคนอดอยากมานานแสนนาน ยิ่งยามที่ลูซี่ดื้อรั้นและกลั่นแกล้งเขาให้ทรมาน เขาก็ยิ่งตอบสนองเธอคืนกลับไปอย่างหนักหน่วงและดุดันให้สมกับความร้ายกาจที่เธอเคยขนานนามนั้นให้


                การร่วมรักที่คล้ายจะเป็นสงครามเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาสองวันสองคืน จนหญิงสาวเป็นฝ่ายทนไม่ไหวจนเธอสลบไสลอยู่ในอ้อมกอดของคนรักในเช้าของวันที่สาม









+++++++++++++++++++++++++
80%





วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

[Law x Luffy] Oh! My Pirate EP.14 [100%] + HOT









Oh! My Pirate EP.14








          โทราโอะเงยหน้าขึ้นมาฉีกยิ้มเผล่และก้มลงไปซุกไซร้ซอกคอตามเดิม เขาลากปลายลิ้นร้อนไปตามลาดไหล่ก่อนจะ งับ! กัดลงมาอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว
          “อ๊ะ!” จนเผลอหลุดร้องเสียงหลง
          “ผมขอหม่ำล่ะครับ” เสียงทุ้มกระซิบเย้าหยอก
          “อื้อ อย่ากัดสิ!” ทำให้ถูกฟาดแขนไปครั้งหนึ่ง   
          “โอ้ย เจ็บนะ” โทราโอะผละกายออกก่อนทำจมูกฟึดฟัด “ชอบความรุนแรงงั้นเหรอ หืม?” เขาถามเสียงยียวนพร้อมกับไล้หลังมือไปตามแนวสันกราม
          “อย่ามัวแต่เล่นสิ”
          “หึๆ” โทราโอะได้ยินก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา เขาฉุดแขนผมให้เซเข้าหาอ้อมกอด จากนั้นก็กอดรัดฟัดเหวี่ยงจนผมตาลาย “คุณน่ารัก...น่ารัก!
          ผมได้ยินแล้วเฟ้ย!
          “นี่ ฉันเวียนหัวนะ” ผมแสร้งโวยวายกลบเกลื่อนจนเขายอมหยุด แขนแข็งแกร่งประคองกอดเอาไว้พร้อมทั้งโยกตัวผมไปมาเบาๆ โทราโอะไม่พูดอะไรออกมาอีก แต่ก็บ้างบางครั้งที่เขาจะหลุดเสียงหัวเราะคิกคักให้ได้ยิน
          “ผมรักคุณมากจริงๆ ลูฟี่”
          “ฉันรู้แล้วน่า” ผมขานรับส่งๆ “ก็เล่นพูดซะบ่อย”
          “คุณไม่บอกรักผมบ้างเหรอ”
          “ไม่เอา ใครจะหน้าหนาเหมือนนายกัน”
          “เอาน่า พูดให้ผมฟังสักครั้งเถอะนะ”
          “...” ผมนิ่ง ไม่หือไม่อือจนโทราโอะต้องดันกายออก เขาโน้มใบหน้าลงต่ำแล้วเลิกคิ้วเป็นเชิงถามความคิดเห็น
          “แค่ครั้งเดียวนะ”
          “ครับ” ขานรับพร้อมนรอยยิ้มกว้างอีกครั้ง
          “...อือ รักนายเหมือนกัน” ผมบอกเสียงอ้อมแอ้มในลำคอ ฉับพลันหัวใจดวงน้อยก็เต้นระรัวจนผมต้องรีบเงยหน้าขึ้นมอง พลางพูดดักคออย่างรู้ทัน “ไม่ต้องแสร้งบอกว่าไม่ได้ยิน เพราะหัวใจของนายมันเต้นระรัวขนาดนี้”
          “อ่า คุณรู้ทันจนได้” เขาทำหน้าเสียดาย แต่ในเวลาต่อมาก็กลับมายิ้มเจ้าเล่ห์อีกครั้ง “แต่หัวใจคุณก็เต้นเร็วนะ แสดงว่าตื่นเต้นเหมือนกันใช่ไหม”
          “ใครตื่นเต้นกัน!” ผมแหวลั่นก่อนสมองจะปิ๊งไอเดียหนึ่งขึ้นมา ผมรีบคว้าไหล่กว้างไว้และพูดกับเขาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจัง “เมื่อไหร่นายจะคืนหัวใจให้ฉัน”
          “อ่า...เรื่องนั้น”
          “ไม่ต้องหาข้ออ้างเลย ตอนนี้ไม่มีเรื่องร้ายอะไรให้ห่วงอีกแล้ว” ผมหรี่ตาขณะจ้องมองอย่างกดดัน “นายสมควรคืนหัวใจให้ฉันสักที”
          “ยังไม่ใช่ตอนนี้หรอก” เขาส่ายหน้าก่อนขยับตัวออก มือหนาเลื่อนลงจัดการกางเกงของตัวเองแล้วจึงหันมาขยายความประโยคเมื่อครู่ “...แต่เป็นหลังจากเราทำมันเสร็จ”
          ฉ่า! นึกว่าเขาลืมแล้วซะอีก
          “อย่างน้อยผมก็ยังพอมีอะไรมารั้งตัวคุณให้อยู่กับผมต่อ”
          “บ้า คิดอะไรบ้าๆ”
          “ก็ผมกลัวคุณทิ้งนี่นา” เขาทำหน้าหงอย หากแต่การเคลื่อนขยับร่างกายเตรียมพร้อมโจมตีผมนั้นไม่ได้ต่างจากเสือร้ายเลยนะ มือหนาเอื้อมมาตะครุบไหล่ไว้แน่นก่อนจะโน้มเข้ามาประกบจูบ เรียวลิ้นร้อนสอดเข้ามาก่อนทำหน้าที่ของมันอย่างดีเลิศ ผมหอบหายใจหนักยามถูกลิ้นของเขาดูดดึงจนแทบหายใจไม่ทัน ไม่เพียงแค่ริมฝีปากที่โดนเล่นงาน หากแต่ร่างกายส่วนอ่อนไหวก็ถูกทาบทับเสียดสีไปมาจนเกิดคลื่นความรู้สึกปวดหนึบตามมาเป็นระลอก
          ผมบิดร่างกายเร่าพร้อมหอบหายใจหนัก ดวงตาเริ่มฉ่ำปรือเพราะแรงอารมณ์ที่ถูกปลุกขึ้น
          “ลูฟี่” เสียงทุ้มเอ่ยขานเรียกอย่างอ่อนโยน เพียงคำเรียกชื่อแค่คำเดียวแต่กลับสัมผัสได้ถึงความรักของอีกฝ่ายที่มีให้อย่างชัดเจน “ผมเริ่มทนไม่ไหวแล้ว”
          “ไม่ต้องทนแล้ว” ผมตอบเสียงแผ่วพร้อมโอบรอบคำคอแกร่งเพื่อดึงรั้งให้เขาโน้มหน้าเข้ามาบดจูบอีกครั้ง “ทำตามใจนายเถอะ”
          สิ้นประโยคนั้น โทราโอะก็ไม่ได้เล่นตัวอีกต่อไป เขาทาบร่างกายเข้าหาพร้อมเอื้อมมือลงไปกอบกุมแก่นกายร้อนผ่าวของเราทั้งคู่ก่อนขยับชักรูดให้เป็นจังหวะเดียวกัน เสียงครางอย่างสุขสมดังลอดออกจากริมฝีปาก สอดประสานไปกับจังหวะอันหน่วงหน่วงที่เกิดขึ้น ผมซุกใบหน้าลงกับซอกคอโทราโอะก่อนสวนสะโพกสวนจังหวะการชักนำของเขา
          “ใจเย็นสิครับ เด็กดี” จนถูกอีกฝ่ายปราม
          “อือ...แฮก” ผมส่งเสียงในลำคอก่อนหลับตาแน่น อารมณ์และความรู้สึกแปลกประลาดพุ่งทะยานสูงจนเกือบหลุดออกมานอกร่างกาย ขณะอารมณ์ปริ่มๆ จะแตะจุดสูงสุด โทราโอะก็ผละกายออกอย่างรวดเร็ว เขาถดกายถอยหลังจนใบหน้าหล่ออยู่ระดับเดียวกับท้องน้อย
          “ทะ...ทำอะไร” ผมถามเสียงแหบพร่า
          “ช่วยคุณไง” โทราโอะตอบเสียงนุ่มก่อนประคองแก่นกายร้อนผ่าวของผมไว้แล้วครอบครองมันด้วยริมฝีปาก
          “อ้า!” เพียงลิ้นร้อนสัมผัสที่ส่วนปลาย ร่างกายก็พลันกระตุกเกร็งและฉีดพ่นน้ำกามออกมา ความแรงของมันทำให้ใบหน้าของอีกฝ่ายเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำรัก “โทราโอะ...” ผมครางเรียกชื่ออีกฝ่ายก่อนปรือดวงตาขึ้น
          “ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ” เขาเย้าหยอกด้วยใบหน้าเจ้าเล่ห์ “คุณปล่อยไวเกินไปแล้ว”
          “เงียบไปเลย” ผมแหวลั่นก่อนพลิกตัวนอนตะแคงข้าง โทรามโอะจึงทิ้งตัวลงมานอนซ้อนด้านหลัง เขายกขาของผมขึ้นข้างหนึ่งก่อนแทรกขาตัวเองเข้ามา
          “คราวนี้ให้ผมทำบ้างนะ”
          “จะทำก็ทำ” ผมบ่นอุบอิบ “ไม่ต้องพูดให้มากความ”
          โทราโอะหัวเราะคิกคักอย่างถูกอกถูกใจ ก่อนจะค่อยๆ สร้างความคุ้นเคยให้ด้วยเรียวนิ้วของเขา สัมผัสแข็งๆ สอดแทรกเข้ามาไม่ยากเย็นนักเนื่องจากผมเองก็พยายามผ่อนคลายตัวเองด้วย
          “คุณน่ารักจริงๆ” เอ่ยชมพร้อมโน้มเข้ามาจูบหลังต้นคอของผมไปหนึ่งจ้วบ “แล้วแบบนี้ผมจะหยุดรักคุณได้ยังไง”
          “ฉัน...อ๊ะ!” ยังไม่ทันพูดจบ อะไรบางอย่างที่ขนาดใหญ่กว่านิ้วเรียวก็ถูกสอดเข้ามาในร่างกายจนทำให้จุกและรู้สึกคับแน่น ผมพยายามผ่อนลมหายใจเพื่อผ่อนคลายอาการเครียดเกร็งของร่างกาย โทราโอะแช่ร่างกายค้างไว้แบบนั้นพร้อมกับชะโงกหน้าเข้ามาเพื่อเอ่ยถาม
          “เมื่อกี้คุณจะพูดอะไรหรือเปล่า”
          “มะ ไม่พูดแล้ว” ผมส่ายหน้าพรืดก่อนซุกซ่อนใบหน้าอันเห่อร้อนของตัวเองลงกับหมอนนุ่ม “ทำเลย...ทำต่อเลย”
          โทราโอะนิ่งเงียบไปสักพักก่อนเอวสอบจะเริ่มขยับเชื่องช้าแต่หนักหน่วง ทุกจังหวะที่โถมเข้าหานั้นทั้งหนักแน่นและสอดเข้าไปลึกจนผมหลุดคำรามเสียงต่ำอยู่ในลำคอ อารมณ์ที่เพิ่งมอดดับถูกจุดประกายขึ้นอีกหน จนต้องจับแก่นกายของตัวเองพร้อมขยับให้เป็นจังหวะเดียวกัน
          “อ่า เร็วอีก” ปากก็เอ่ยเร่งให้อีกฝ่ายเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น
          “ใจเย็นๆ ครับ” โทราโอะปรามแต่สะโพกกลับขยับอย่างรวดเร็วตามคำขอ
          เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องทั่วทั้งห้อง พอๆ กับลมหายใจของเราที่เริ่มกระชั้นชิดตามแรงอารมณ์
          “อ๊ะๆ” โทราโอะทำให้ผมครางร้องจนแทบไม่เป็นภาษา
          “อ่า ลูฟี่” เขาสาวสะโพกถี่ๆ พลางสอดท่อนแขนเข้ามากอดร่างผมไว้ก่อนสาวสะโพกเร็วขึ้น ทำให้แผ่นหลังของผมเสียดสีกับแผงอกแกร่งอย่างช่วยไม่ได้
          ไอร้อนที่เกิดขึ้นยิ่งปลุกปั่นอารมณ์ของเราให้เลยเถิด นอกจากโทราโอะจะกระแทกแก่นกายเข้ามาอย่างหนักหน่วงแล้ว ตัวผมเองก็ตอบสนองอย่างเร่าร้อนไม่ต่างกัน เมื่อไม่มีใครคอยห้ามปราม ทำนองรักในครั้งนี้จึงบรรเลงต่อเนื่องจนกระทั่งแก่นกายร้อนในร่างของผมกระตุกเกร็งแล้วฉีดพ่นน้ำรักเข้ามาจนรู้สึกล้นปรี่
          “อ่า” เราสองครางร้องอย่างสุขสมกับบทรักอันน่าประทับใจ
          “ผมเริ่มต่ออีกรอบได้ไหม” ยังไม่ทันถอนกายออก โทราโอะก็กระซิบถามทันควัน จนถูกตวัดสายตามอง ผมจ้องสบตาเขานิ่งงันจนอีกฝ่ายกลบเกลื่อนด้วยการฉีกยิ้มแป้นแล้นใส่ “นะครับ...”
          แถมอ้อนด้วยถ้อยคำน่ารักนั่นอีก
          “ครั้งเดียวพอนะ”
          “ครับ!” เขาขานรับพร้อมจัดการพลิกร่างของผมนอนนอนราบ ส่วนตัวเองก็ขึ้นคร่อมทับ ร่างกายในส่วนที่เชื่อมกันอยู่จนหลุดออกจากกันชั่วขณะ
          “อ๊ะ” ผมเบิกตาโตเพราะรับรู้ถึงความโล่งที่ช่องทางด้านหลังอย่างชัดเจน
          “เดี๋ยวเสร็จแล้วผมจะเอาออกให้” โทราโอะเงยขึ้นมาสบตา เจ้าตัวขยับเตรียมความพร้อมให้ตัวเองอีกครั้งจนผมทนความประเจิดประเจ้อของเขาไม่ไหว ก่อนเป็นฝ่ายเบนหน้าหลบ ผมหลับตาลงพร้อมปล่อยให้สมองคิดจินตนาการไปเอง
          หลังจากนั้นไม่นาน ทำนองรักครั้งใหม่ก็ถูกบรรเลงขึ้นจนผมหลุดครางจนลำคอแหบแห้ง
          กว่าโทราโอะจะหยุดและทิ้งตัวลงมานอนข้างๆ ผมก็หมดแรงจะขยับตัวทำอะไรแล้ว “นายเอาแรงมาจากไหนมากมาย ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง”
          “ความหื่นล้วนๆ เลย” โทราโอะพูดแขวะตัวเองก่อนหัวเราะคิกคัก เขาขยับตัวนอนตะแคงข้างก่อนดึงร่างผมเข้าไปกอดแนบอก เสียงหัวใจของผมยังคงเต้นกระหน่ำอยู่ในอกข้างซ้ายของเขา
          “แลกหัวใจกันได้แล้ว”
          “ไม่ใช่ว่าเราแลกกันแล้วเหรอ” โทราโอะเล่นมุกจนผมเผลอกลอกตามองบน คนเรามันจะอ้อร้อเก่งขนาดนี้เชียวหรือ
          “อย่ากลับคำสิ”
          “ผมไม่ได้พูดว่าจะไม่แลกสักหน่อย” เขาหัวเราะขำจนร่างกายสั่นสะเทือน
          ผมหลุบสายตามองมือหนาซึ่งขยับขึ้นวางทาบเหนือแผงอกด้านซ้ายของตัวเองก่อนใช้พลังจากผลโอเปะควักเอาหัวใจออกมา เขาทำแบบเดียวกันบนหน้าอกของผม
          ตึกตักๆ
          หัวใจสองดวงในมือสองข้างของเขาเต้นเป็นจังหวะสอดประสาน ก่อนที่มันจะถูกยัดกลับเข้ามาในช่องอกอันว่างเปล่าของผม ทันทีที่ได้หัวใจตัวเองกลับมา รอยยิ้มบางก็จุดอยู่อยู่มุมปากอย่างห้ามไม่อยู่ ผมวางมือทาบมันลงบนนั้นอย่างทะนุถนอมก่อนช้อนตาขึ้นมองสบกับอีกฝ่าย
          “ขอบใจนะที่รักษามันอย่างดี”
          “อืม” เขาครางรับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม โทราโอะกระแอมไอแก้เขินจนผมต้องโน้มตัวเข้าไปใกล้ก่อนกระซิบข้างหูว่า
          “ขอบใจที่รักฉันนะ” ก่อนจะผละออกมาแล้วส่งยิ้มกว้าง
          โทราโอะทำหน้าตาแปลกประหลาดก่อนมุดซุกคอผมเพื่อหลบเลี่ยงสายตาจากผม เขาส่งเสียงพึมพำอยู่แบบนั้นจนผมหลุดหัวเราะขำ
          ช่างโชคดีจริงๆ ที่ผ่านพ้นเรื่องร้ายเหล่านั้นมาได้...แล้วก็โชคดีจริงๆ ที่ข้างกายผมมีคนที่รักเพิ่มมาอีกตั้งหนึ่งคน
          ผมหลุบสายตามองกลุ่มผมสีดำยุ่งเหยิงของอีกฝ่ายก่อนยกมือสางให้มันเป็นทรงเช่นเดิม พร้อมกระซิบถ้อยคำที่คาดว่าอีกฝ่ายอยากฟังมากที่สุดออกไป
          “ฉันรักนายนะ โทราโอะ”
          


++++++++++++++++++

กลับไปอ่านที่บทความหลักด้วยนะ








               

[Doflamingo x Lucy] Who You Are : บทที่ 4 [80%]

                โดฟลามิงโก้เดินกลับมาที่เตียงอีกครั้ง เขาปีนขึ้นเตียงและคร่อมทับร่างของลูซี่ไว้ มือหนาปัดป่ายทั่วเรือนร่างบอบบางแ...