Love Me Harder : 04
ผ้าเช็ดตัวสีขาวสะอาดพันร่างกายท่อนล่างเอาไว้ก่อนจะเปิดประตูออกมา
ขาของผมที่เพิ่งก้าวออกมาจากห้องน้ำชะงักไปเมื่อได้กลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งอยู่รอบกาย
“ดะ...”
ร่างของผมถูกกระชากจากด้านหลังจนกระแทกเข้ากับแผ่นอกแกร่ง
ยิ่งเราสองคนใกล้ชิดกันมากผมก็ยิ่งได้กลิ่นรุนแรงที่มอมเมาผมทันที
ความร้อนจากร่างกายอีกฝ่ายส่งผ่านเนื้อผ้ามายังตัวผมที่ท่อนบนเปลือยเปล่า
ใบหน้าคมกดลงมาซบที่ไหล่ของผมนิ่งๆ
“คุณเมาแล้ว”
ผมบอกเสียงเบา แต่อ้อมแขนที่กอดรั้งเอวผมไว้กระชับกอดแน่น
“...”
เขาไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ผมจึงค่อยๆแกะมือของเขาออกจากตัว
“คุณไปนอนเถอะ
พรุ่งนี้ต้องทำงานด้วยนี่” ผมบอกอย่างใจเย็น
แต่ทว่าฟันแหลมคมของอีกฝ่ายกัดลงมาบนไหล่ของผมเต็มแรงจนเผลอสะดุ้งเฮือก
เขาไม่ผ่อนแรงเลยสักนิดจนผมเบ้หน้าระบายความเจ็บ
“เจ็บ! ผมเจ็บ”
เขาปล่อยไหล่ของผมให้เป็นอิสระก่อนจะลากตัวผมไปโยนบนเตียง
ผ้าเช็ดตัวที่ผันหลวมๆหลุดออกจนต้องรีบตะครุบเอาไว้ ผมมองเขาด้วยสายตาตื่นตระหนก
โดฟลามิงโก้ดูเหมือนสัตว์ป่าหิวกระหาย ดวงตาเขามีแต่ความดุดัน
“จะทำอะไรของคุณ!” ผมแหวลั่น แต่เสียงของผมมันคงส่งไปไม่ถึงเขา
ร่างสูงใหญ่โถมกายเข้ามาคร่อมทับร่างของผมเอาไว้ก่อนจะกระชากผ้าเช็ดตัวออกไป
ผมผวาก่อนจะเงยหน้ามองเขาด้วยความไม่เข้าใจ
นี่เขากำลังทำอะไรอยู่
ผมไม่ตลกด้วยนะ
“อย่าทำอะไรผมนะ!” ผมดันแผ่นอกกว้างเอาไว้
โดฟลามิงโก้สบถในลำคอก่อนจะกดตัวผมให้จมลงกับเตียง
เขาถอดเสื้อตัวเองออกแล้วเขวี้ยงทิ้งอย่างไม่ไยดี
ผมกลัวจนเหงื่อกาฬไหลออกมาเต็มฝ่ามือ พยายามเรียกสติของเขาให้กลับมา
“โดฟลามิงโก้
หยุดนะ!” ผมร้องห้าม
ใบหน้าคมโน้มลงมาแล้วประกบจูบด้วยความร้อนแรง ลิ้นร้อนสอดเข้ามาในโพรงปากจนสัมผัสกับรสขมปร่าจากเหล้าที่เขาเพิ่งดื่ม
แรงดูดดึงที่ปลายลิ้นทำให้ผมสั่นสะท้าน หยาดน้ำตาก็ไหลลงมาอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่
“แฮ่ก!” เขาไม่พูดอะไร มีเพียงเสียงหอบหายใจที่ดังขึ้นถี่ๆเท่านั้น
มือร้อนๆปัดป่ายไปทั่วร่างจนรู้สึกเจ็บ
เขาเมาจนขาดสติ ไม่ยอมฟังคำพูดของผมเลย
ร่างกายแน่นหนัดขยับเข้ามาแทรกกลางระหว่างขาของผม
เพราะเนื้อตัวเปลือยเปล่าเลยเสียดสีกับกางเกงของเขา
มันให้ความรู้สึกเสียดวูบไปทั่วท้องน้อย ไม่เพียงแค่นั้นแต่สัมผัสจาบจ้วงที่โดฟลามิงโก้มอบให้กำลังทรมานผมไม่ต่างกัน
ริมฝีปากร้อนพรมจูบลงบนตัวของผม ก่อนจะขบกัดแรงๆให้สะดุ้งทุกครั้ง
สัมผัสของเขาเลื่อนลงต่ำเรื่อยๆจนผมต้องบีบไหล่หนาทั้งสองข้างของเขาเพื่อให้หยุด
“คุณเมาแล้ว
อย่าทำแบบนี้”
“...”
เขาไม่ตอบ ใบหน้าคมก้มลงไปสนใจเรือนร่างของผมต่อ จนกระทั่งแก่นกายของผมถูกลิ้นชื้นตวัดเลียเบาๆ
อาการเกร็งจากความเสียวทำให้ผมเผลอบิดตัว
“อึก หยะ...”
เหตุการณ์เลยเถิดดำเนินอย่างต่อเนื่อง
นิ้วเรียวยาวผลุบหายเข้ามาในร่างกายของผมด้วยความดุดัน
มันขยับเข้าออกแรงๆจนเกิดเสียงน่าอาย ผมอยากให้เขาหยุดแค่ตรงนี้
แต่อีกฝ่ายไม่สนใจผมเลย โดฟลามิงโก้เอาแต่ตักตวงความสุขจากร่างกายของผมไม่หยุด
ผมเจ็บทั้งกายและเจ็บทั้งใจเลยพาลให้น้ำตาไหลลงมาอาบแก้มอีกครั้ง
“ฮึก ฮือ
มิงโก้...” ผมร้องด้วยเสียงสะอื้น
ชื่อของอีกฝ่ายเหมือนเป็นระเบิดที่พร้อมทำลายหัวใจของผม ในจังหวะที่กำลังรู้สึกเสียขวัญ
อ้อมแขนแข็งแกร่งก็ดึงตัวผมเข้าไปกอดไว้แน่นพร้อมกับพูดออกมาเสียงเบา
“ลูฟี่...ขอโทษนะ”
“ฮือ
คุณมันใจร้าย” ผมอดจะต่อว่าเขากลับไม่ได้
จังหวะนั้นสัมผัสร้อนผ่าวก็จ่อที่ช่องทางด้านหลัง มันค่อยๆกดสอดเข้ามาเชื่องช้า
พอผมจะผละตัวหนีอ้อมแขนแกร่งก็รั้งเอาไว้
เขารั้งไว้ด้วยคำพูดที่ผมไม่คิดว่าเขาจะพูดมันออกมาตอนนี้
“ยกโทษให้ฉันนะ
ฉันรักเธอจนแทบบ้าแล้ว”
“อึก”
ผมสะอื้นฮัก แต่ก็มารู้สึกปวดร้าวมากขึ้นเมื่อเขากดร่างกายเข้ามาทีเดียวจนสุด
ผมผวาเฮือกพลางกัดริมฝีปากระบายความเจ็บปวด
ร่างกายของผมมีอาการต่อต้านสิ่งแปลกปลอม มันพยายามจะกำจัดสิ่งนั้นออกไป
ทว่าโดฟลามิงโก้ไม่ยอม เขาระแทกกายเข้ามาลึกกว่าเดิมพร้อมกับแช่กายเอาไว้นิ่ง
เสียงทุ้มต่ำที่แหบพร่าพูดบอก
“รักมาก...รักเธอคนเดียว”
คำว่ารักของเขาเหมือนกับสูบเอาอาการต่อต้านก่อนหน้านี้ไปจนหมด
ผมเงยหน้าขึ้นมองสบตาคมที่ฉ่ำเยิ้มด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์
พยายามค้นหาความหลอกลวงที่เขาอาจจะปิดซ่อนอยู่ แต่มันกลับไม่มีเลย สายตาที่เขามองผมมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักจริงๆ
“คุณมันร้าย...แต่ผมก็ยังรัก”
สุดท้ายผมก็พูดออกไปจนได้ โดฟลามิงโก้ยกยิ้มอ่อนโยนมาให้ผมกับกดจูบที่ขมับเบาๆ
เขาขยับพลิกร่างของผมให้อยู่ด้านบน ส่วนตัวเองก็นั่งพิงหัวเตียงมองผมอยู่อย่างนั้น
“ฉันยอมเธอทุกอย่าง
ขอแค่อย่าหมดรักกันก็พอ”
“...”
ผมจ้องสบตากับเขาเนิ่นนาน ก่อนจะพยักหน้ารับ
จากตอนแรกที่ผมโดนขืนใจกลับกลายเป็นว่าผมไม่มีท่าทางต่อต้าน
เพราะคำว่ารักของเขาคำเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกอย่างนี้
เหมือนกับได้ยกภูเขาหนักๆออกจากหัวใจ คงเพราะว่าผมก็เฝ้ารอคำๆนี้มานานเหมือนกัน
ยิ่งเขาพูดขอโทษออกมาก่อนแล้วผมก็ยิ่งให้อภัยง่ายๆ
“จะไปช้าๆนะ”
เขากระซิบบอกก่อนจะขยับสวนสะโพกเข้ามา ความเจ็บปวดยังไม่ได้จางหายไป
แต่มันก็ได้รับการเยียวยาจากสัมผัสอ่อนโยนของเขา แขนทั้งสองข้างคล้องคอของโดฟลามิงโก้เอาไว้เพื่อช่วยพยุงตัวเองไม่ให้ไถลตกลงไปที่เตียง
สัมผัสวาบหวามแต่อ่อนโยนยังคงดำเนินเรื่อยๆจนผมเหนื่อย แสงรุ่งอรุณออกมาต้อนรับพร้อมกับเปลือกตาที่หนักอึ้งได้ปิดลง
“ขอบใจนะลูฟี่
ขอบใจจริงๆ”
แว่วเสียงสุดท้ายที่ได้ยินกล่อมผมให้หลับสนิท
แม้แต่ในความฝันก็ยังมีภาพที่ผมร่วมรักกับเขา
ใบหน้าของเราทั้งสองแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม
มันคงจะเป็นฝันดีในรอบหลายเดือนเลยแหละ
++++++++++++++++++++++

